สัจธรรมชีวิต ธรรมชาติของชีวิต

สัจธรรมชีวิต ธรรมชาติของชีวิต

สัจธรรมชีวิต ธรรมชาติของชีวิต

 

 


 

 

 

1.จะดีจะชั่ว อยู่ที่ตัวทำ จะสูงจะต่ำ อยู่ที่ทำตัว

2.ทางขึ้นสวรรค์ แคบๆไปได้ เฉาะตน เปรียบกับการทำดีไม่อยากจะทำกัน ทางลงนรกกว้างใหญ่แห่กันลง แย่งกันลงเหมือนกับการทำชั่ว


3.ในจิตในใจมิใช่ภายนอก นรกที่นี่นรกเดี๋ยวนี้


4.จงดำเนินชีวิตด้วยความพอดี ด้วยความไม่ประมาท


5.คนทุกคนกำลังพายเรือ ออกจากฝั่งไปแล้วไปลับ ไม่ต่างกับชีวิตคนเราทุกคน


6.ภาวนาปิดอายตนะทั้ง 6 ไม่ให้กิเลสไปทำร้ายใจ


7.คนทุกคนที่เหมือนกันคือ รักตัว กลัวตาย รักสุข เกลียดทุกข์ เห็นแก่ตัว


8.ปฎิบัติที่จิตล้วนๆ ศีล สมาธิ ปัญญา โดยมีสติคือการระลึกได้ ทำดีอย่าทำชั่ว ทำอย่างไรรับผลอย่างที่ทำ นั่นแหละพ้นทุกข์


9.สติสัมปชัญญะ การงานใดๆด้วยความ ซื้อสัตย์ ขยัน อดทน ประหยัด สิ่งนั้นๆได้มาแล้ว แบ่งกิน แบ่งเก็บ แบ่งใช้ แบ่งทำบุญ 

อยู่ที่ไหนเกิดความสุขความเจริญ ความสงบ ปกติในใจ นิพพาน


10.ความทุกข์ ความปกติอยู่ที่จิต ไม่ได้อยู่ที่ไหนอยู่ที่เรานั่นแหละ


11.เมื่อวานนี้มี วันนี้ถึงมี พรุ่งนี้ก็มี ภพที่แล้วมี ภพนี้ถึงมี ภพหน้าก็มี ฉะนั้นจงทำดีอย่าทำชั่ว ทำอย่างไรรับผลอย่างที่ทำ


12.ปฏิบัติเพื่อได้รับผลบุญกุศลทั้งทางโลกและทางธรรม


1.ศีล สมาธิ ปัญญา โดยมีสติคือการระลึกได้


2.ระลึก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกขณะจิต


3.ระลึกทุกขณะจิตทำดีอย่าทำชั่ว ทำอย่างไรรับผลอย่างที่ทำ


4.ดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน ประหยัด


5.ได้เงินมาแล้วก็บริหารแบ่งกิน แบ่งเก็บ แบ่งใช้ แบ่งทำบุญ


ผลบุญจะได้รับในเวลาต่อมาพร้อมดวงตาจะเห็นธรรม


13.ความเป็นมงคล ความโชคดี ดวงดี หรือจะดีจะชั่ว


นั้นมิใช่อยู่ที่ชื่อหรือสกุลแต่ที่จะดีจะชั่วนั้น


อยู่ที่การกระทำของเราเองพ่อแม่ตั้งชื่อให้ลูกแล้ว


ท่านตั้งชื่อสกุลให้ลูกด้วยความบริสุทธิ์ที่แท้จริง


ถ้าเราเปลี่ยนชื่อ สกุล แต่ยังไม่เปลี่ยนนิสัย


คือยังคงทำชั่วเหมือนเดิมให้เปลี่ยน100ครั้ง


แต่ก็ยังทำชั่ว ธรรมชาติท่านก็โทษเหมือนเดิม


เพราะว่าจะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว


เพราะเราเป็นผู้ทำเองทั้งสิ้น ทำชั่วเองก็รับเอง


14.เราโชคไม่ดี ดวงไม่ดี ต้องไปทำบุญ9วัด 90วัดถึงจะหาย


จริงแล้วเราปฏิบัติตัวไม่ดี เราทำไม่ดีเอง เราทำชั่วเอง


เพราะว่าเรามีความอยากจะได้ทรัพย์สิน เงิน ทองของคนอื่นๆ


พอเราไม่ได้ดั่งใจต้องการก็โกรธเขา เกลียดเขา เพราะความโลภ


แล้วไปกล่าวร้าย ต่อว่าผู้อื่นๆว่าที่เราไม่ดีเพราะคนนั้นคนนี้


ซึงความจริงคือจะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว


เราเป็นผู้กระทำเองทั้งหมด ไม่มีใครทำให้เราแต่เราทำเองทั้งสิ้น


15.ผู้ฉลาด ผู้รู้ มหาบัณฑิต


ท่านรู้ว่าชาตินี้เป็นชาติที่เกิดมาเพื่อสร้างบุญกุศล สร้างความดี


มิใช่เกิดมาเพื่อกอบโกยทรัพย์สิน เงิน ทอง ซึ่งเป็นของสมมุติ


เมื่อกลับไปในภพหน้าก็ทิ้งไว้ให้เกลื่อนแผ่นดินเอาไปไม่ได้


เวลาที่เหลือก็ไม่มากที่จะสร้างความดี สร้างบุญกุศล กว่าจะรู้ตัว


ก็เหลือเวลาไม่มาก หากกลับมาอีกครั้งทุนเก่าก็ไม่มี


กลับไปแบบมือเปล่าเสียชาติเกิด ไม่มีประโยชน์อะไรเลย


16.เทวดาตกสวรรค์


เวลาที่เราได้รับผลบุญกุศลมีความสุขทั้งกายสบายใจ


แล้วเราลืมตัว ในเวลาต่อมาเกิดตกทุกข์ทั้งกายและใจ


ไม่ต่างกับเทวดาตกจากสวรรค์ เพราะหมดบุญ บารมี


เพราะว่าเราไม่รักษาในบุญกุศลที่เกิดขึ้นด้วยความประมาท


กว่าจะกลับมาได้รับบุญกุศลในชาตินี้ใหม่อีกสักครั้ง


หรือชาตินี้อาจจะไม่ได้รับอีกเลยต้องรอภพหน้าเกิดมาใหม่


ต้องทนทุกข์ทรมารต่อการกระทำชั่วที่เราได้กระทำไว้


ผู้รู้ท่านจึงเพียรพยายามปฏิบัติที่จิตให้ปกติหรือพระนิพพาน


นั่นแหละพ้นทุกข์


17.ปฏิบัติเพื่อข้ามกิเลสผลที่ได้ทั้งทางโลกและทางธรรม


ผู้ใดอยากได้มาก* จะได้น้อย


ผู้ใดอยากได้น้อย* จะได้มาก


ผู้ใดไม่อยากได้เลย* จะได้ทั้งหมดเลย


ผลที่ได้ดวงตาจะเห็นธรรมมากมาย


18.คนเราทุกวันนี้ดิ้นรนไขว่คว้าหาสิ่งที่ไม่มี


และสุดท้ายทุกคนก็จะได้ในสิ่งเดียวกัน


คือไม่ได้อะไรเลย เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง


เป็นของว่างเป็นของสมมุติ


19.ผลบุญที่ได้รับจากผู้ที่ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า


ศีล สมาธิ ปัญญา โดยมีสติคือการระลึกได้


โดยการภาวนา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา


ทุกขณะจิตไม่นานดวงตาก็จะเห็นธรรม


20.ให้เราระลึกอยู่ในใจเสมอว่าชาตินี้ที่เกิดมานั้น


เป็นชาติที่เกิดมาเพื่อสร้างบุญกุศล ทำความดี


เราเหลือเวลาที่จะสร้างบุญกุศลน้อยมาก


แล้วอีกกี่ภพกี่ชาติที่จะได้เกิดมาเป็นคน เป็นมนุษย์


ให้เราระลึกว่าเมตตากัน ช่วยเหลือกัน แบ่งปันกัน


ซึ่งเป็นพื้นฐานในการที่เราจะรู้ธรรมะสูงๆได้


เพราะอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา รอเราอยู่


21.ผู้ที่ทำร้ายคนอื่นๆด้วย กาย วาจา ใจ


ต้องรับผลของการกระทำดังกล่าว


ล้าน%หนีไม่พ้น จะช้าหรือเร็ว


ตั้งแต่ทุกข์กาย ทุกข์ใจ เหตุเพราะ


การกระทำของเราเมื่ออดีตที่ผ่านมา


ที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนสุดท้าย


ตนต้องได้รับผลการกระทำนั้นๆ


22.คุณสมบัติเช่นนี้อยู่ที่ใดฉิบหายที่นั่น


*คนอื่นชั่วหมดแต่กูดีคนเดียว


*ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา 


ความผิดตัวเราเท่าเส้นผม


*กูกินคนเดียวกูไม่แบ่งให้ใครกิน


*กูชอบกินข้าวแต่คนอื่นชอบกินกระดูก


*บ้าอำนาจ ฉ้อราษฎร์บังหลวง 


หลอกลวงพวกพ้อง ยกย่องคนเลว


23.ทำไมใจจึงเป็นทุกข์เพราะว่าเราไม่เข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงหรือไม่เข้าใจความเป็นจริงของธรรมชาติแต่ต้องการทุกสิ่งทุกอย่างตามใจเราต้องการแต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ ตัวอย่างต้องการหนีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เพราะทุกอย่างมันเป็นเช่นนั้นเอง แต่ก็หนีไม่พ้นใจจึงเป็นทุกข์ แต่ถ้าไม่ให้ทุกข์ก็ต้องปล่อยวางใจจะไม่เป็นทุกข์


24.มองคนที่สูงกว่าก็เป็นทุกข์


มองคนที่ต่ำก็เป็นทุกข์


พอแล้วดีไม่มีทุกข์

 


25.คนขี้โกง คนเห็นแก่ตัว 


ทรัพย์สินเงินทองคนอื่น


แต่ที่โกงไม่ได้คือ


โกงสติปัญญาคนอื่น


พร้อมต้องรับโทษคือ


ฟ้า-ดินลงโทษ



26.ไหว้พระ9วัดหรือ90วัด


เพียงจะหวังเพื่อขออะไรๆ


แต่ยังไม่ทำดีแล้วยังทำชั่ว


ไม่ปฏิบัติที่จิตล้วนๆให้ปกติ


ดวงตาก็ไม่เห็นธรรม


27.สังคมชาวโลกๆอยู่กันด้วยความเห็นแก่ตัว


ขัดผลประโยชน์กัน ทะเลาะกัน ไม่ชอบใจกัน


ถ้าถึงเวลาผลประโยชน์ลงตัวขนาดกัดกันแต่ก็


มาจูบปากกันได้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้


แต่สังคมชาวธรรมนั้นมีแต่เมตตากันเห็นใจกัน



28.ใจเราเป็นอย่างไรใจคนอื่นก็เหมือนกับใจเราทุกประการ


การกระทำใดๆที่ผู้อื่นกระทำกับเราแล้วเราไม่ถูกใจ


ถ้าเราไปกระทำกับคนอื่นๆก็ไม่ถูกใจเหมือนๆกันเช่นกัน


อย่าเห็นแก่ตัว ให้ความเมตตากัน ไม่นานดวงจะเห็นธรรม



29.พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราปฏิบัติที่จิตล้วนๆ


แบบไม่มากเรื่องแต่เนื่องจากเราดื้อ


ไม่เชื่อในคำสั่งสอนของท่านคิดเองเออเอง


อยากจะเป็นครูบาอาจารย์แต่ไม่มีความรู้


แต่อวดรู้ แล้วไม่ทำตามพระพุทธเจ้า 


จึงพบกับความหายนะ ดวงตาไม่เห็นธรรม


30.คนอื่นชั่วหมดแต่กูดีคนเดียว


ความชั่วคนอื่นเท่าภูเขา


ความชั่วตัวเราเท่าเส้นผม


คุณสมบัติเช่นนี้อยู่ที่ตัวใครไม่นาน


ความหายนะ ความฉิบหายก็จะเข้ามา


31.ปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์ ให้ระลึกในจิตในใจเสมอ


*ทำดี อย่าทำชั่วเพราะทำอย่างไรรับผลอย่างที่ทำ


*ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน ประหยัด


*แบ่งกิน แบ่งเก็บ แบ่งใช้ แบ่งทำบุญ


*ศีล สมาธิ ปัญญา โดยมีสติคือการระลึกได้


เพียรพยายามไม่นานดวงตาก็จะเห็นธรรม


32.นั่นก็ของกูนี่ก็ของกู นั่นลูก นั่นเมีย ผัว นั่นทรัพย์สิน เงิน ทอง


สุดท้ายก็กองให้เกลื่อนแผ่นดินไว้บนโลกใบนี้แม้แต่เงินปากผี


ก็เอาไปไม่ได้ ที่ผ่านมาก็เป็นเพียงความรู้สึกเกิดขึ้นตั้งอยู่


แล้วก็ดับไป แล้วไปจับความรู้สึกนั้นๆมาเป็นตัวเป็นตน


ทำให้เกิดความทุกข์นั่นแหละ"ตัวกูของกู"

33.ท่านมีคิดอย่างนี้หรือเปล่า

*คนอื่นโง่กว่ากู

*คนอื่นฉลาดน้อยกว่ากู

*กูจะกินข้าวแต่ให้คนอื่นกินกระดูก

นั่นแหละท่านกำลังจะพบกับ

ความหายนะ ความฉิบหายล้าน%



34.ทุกสิ่งทุกอย่างต่างมีหน้าที่ต่างกันแล้วแต่ธรรมชาติกำหนด

หิน ดิน ทราย มด ปลวก ต้นไม้ อื่นๆมากมาย รวมทั้งตัวเรา

และทุกสิ่งทุกอย่างก็ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา กันทั้งสิ้นไม่ยกเว้น

เพียงแต่ผู้ฉลาดเท่านั้นที่จะตั้งใจเพียรพยายามสร้างบุญกุศล

เพื่อเป็นทุนใหม่ในภพหน้า เพราะภพนี้เป็นภพของการมาสร้างบุญ

เวลาเรากลับไปก็ไม่ได้กลับไป แบบมือเปล่าหรือโมฆะบุคคล

เกิดมาแล้วเสียชาติเกิด ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย สร้างแต่ความชั่ว



35.เวลาที่เหลือสั้นกว่าเวลาที่ผ่านมา

พยายามรีบสร้างบุญกุศลให้มากๆก่อนที่จะไม่ได้ทำ



36.ความรวยเป็นของแถม

เนื่องจากเราปฏิบัติดี

ปฏิบัติชอบ ไม่ใช่บ้าดี



37.ธรรมชาติที่แท้จริง 

ความเป็นจริงของธรรมชาติ

ก่อนที่จะมีภาษาสมมุติคือ

ทำอย่างไรรับผลอย่างที่เราทำ



38.ที่เสพกามก็เพราะอวิชชาคือความไม่รู้ ที่อ้างว่ามีลูกเป็นโซ่ไว้คล้องจิตคล้องใจจริงๆแล้วต้องการเสพกามแต่ก็อ้างนั่นอ้างนี่

จริงๆแล้วก็ตามใจกิเลสด้วยความไม่รู้



39.จงระลึกอยู่เสมอว่า

ทำดีผลคือได้ดี

ทำชั่วผลคือได้ชั่ว

ปฏิบัติธรรมผลคือดวงตาเห็นธรรม

ปลูกมะนาวผลคือลูกมะนาว



40.ท่านมีความคิดอย่างนี้หรือเปล่า

*คนอื่นเก่งสู้กูไม่ได้เลย

*กูฉลาดกว่าคนอื่น

*กูจะกินคนเดียว

*กูจะไม่แบ่งให้คนอื่นกินเลย

*กูหักหลังได้กูก็จะหักหลังคนอื่นๆ

*นั่นแหละท่านกำลังจะ หายนะ

ฉิบหาย 


40.*จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ 

จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว

*เหตุเป็นอย่างไร

ผลเป็นไปตามเหตุ

*ทำอย่างไรรับผล

อย่างที่เราทำ

*จงดำรงชีวิต

ด้วยความไม่ประมาท


41.คนที่ทรยศ

กับผู้มีพระคุณคือ

คนเนรคุณ

ไม่สามารถพบความสุข

ความเจริญได้เลย


42.เกิดมาแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย

ต่อตัวเรา ต่อครอบครัว ต่อคนรอบข้าง

ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ

ไม่นานก็กลับบ้านเก่าทุกคน

เพราะเวลาที่เหลือสั้นกว่าเวลาที่ผ่านมา

กลับไปแบบมือเปล่าแบบโมฆะบุคคล

เสียชาติเกิดที่ไม่ได้สร้างบุญกุศล ทำดี


43.ทำมาหากินประกอบธุรกิจแล้วไม่ดีเพราะว่า

*เป็นผู้ผิดศีล5อยู่เสมอ

*ไม่มีความพอดี ไม่พอเพียง

*เป็นผู้ที่เห็นแก่ตัว ไม่ยอมแบ่งปันผู้อื่น

*กระทำความชั่วอยู่เสมอ

*ขาดสติอยู่เสมอ

*ปิยวาจาไม่ดี

*เป็นบุคคลที่โลภมาก


44.ทรัพย์สินเงินทอง

เป็นเพียงของสมมุติ

ยึดถือใจเราก็เป็นทุกข์


45.ในขณะที่ได้รับบุญกุศลหรือ

เกิดบารมีแต่เราไม่รักษาไว้

ในเวลาต่อมาก็จะหมดสิ่งนั้นไป



46.เคยด่าตัวเองไหมว่ากูไม่ดี

กูเห็นแก่ตัว กูชั่วสิ้นดี

แล้วที่กูไม่ดีเพราะคนนั้นคนนี้

ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา

ความผิดตัวเราเท่าเส้นผม

จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ

จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว

เราเป็นผู้กระทำเองทั้งสิ้น



47.ทรัพย์สิน เงิน ทอง เป็นเพียง

เครื่องอำนวยความสะดวก

ไม่สามารถพาเราพ้นทุกข์ได้

มีแต่ทำให้เราทุกข์มากขึ้น

พอแล้วดีไม่มีทุกข์



48.จะเป็นใคร ตำแหน่งยศอะไร

จะรวยแค่ไหน จะดีจะชั่ว

สุดท้ายแล้วต้องกลับบ้านเก่าทุกคน

แต่ก่อนจะกลับจะอยู่ด้วยใจปกติ

หรือจะอยู่อย่างทุกข์ทรมานใจทุกวัน

แล้วแต่เราจะเลือก



49.พระพุทธเจ้า

ท่านสอน

เพียงวิชาเดียว

คือวิชาดับทุกข์



50.เราเป็นอย่างไร

คนอื่นๆก็เหมือนเรา

ทุกประการคือ

เกิด แก่ เจ็บ ตาย

ต่างกันคือปฏิบัติในใจ

ให้พ้นทุกข์ได้ต่างกัน


51.คูณสมบัติประจำโลก

รักตัว กลัวตาย

รักสุข เกลียดทุกข์

เห็นแก่ตัว

คนทุกคนเป็นทั้งหมด



52.คนทุกคนกำลังหา

ในสิ่งที่ไม่มี

เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง

เป็นอนัตตา



53.ความดีไม่ได้ทำที่ปากอย่างเดียว

แต่ต้องปฏิบัติจริงๆที่ใจตลอดเวลา

เพราะปากทำดีแต่ใจยังคิดทำชั่ว

นั้นไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย



54.วันนี้วันพระไปวัดกัน

ไปวัดจิตวัดใจกันว่าที่ผ่านมาทำความดี

สร้างบุญกุศล ทำความชั่ว ทำอะไรๆให้แก่

ตัวเราหรือคนอื่นบ้างไหม ลองมาวัดกันดู

ไปวัดเพื่อฟังเทศน์ ฟังธรรมให้พระสอน

แต่ไปคุยแข่งกับพระแล้วจะได้อะไรกลับ

ไปสอนครอบครัว สอนคนรอบข้าง

เวลาที่เหลือน้อยกว่าเวลาที่เราได้ผ่านมาแล้