ธรรมะกับชีวิตประจำวัน

ธรรมะกับชีวิตประจำวัน

การปฏิบัติธรรมควบคู่กับการเรียนหนังสือหรือควบคู่กับการทำการงานใดๆ

 

สามารถปฏิบัติธรรมไปพร้อมๆกับการศึกษาทุกระดับชั้นมิใช่จะละทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเสียเลยแต่สามารถที่จะ


ปฏิบัติควบคู่กันไปด้วยกันผลที่ได้นั้น ได้คุณภาพของจิตที่มีประสิทธิ์ภาพสูงเรียนหนังสือเก่ง ผลของงานก็มี
คุณภาพสูงตัวอย่างเช่น
*ในขณะที่เรากำลังตั้งใจ(คือมีสมาธิ)นั่งอ่านหนังสืออยู่นั้นหูของเราได้ยินเสียงภายนอกเราก็ภาวนาว่า(หู
สักว่าหู เสียงสักว่าเสียง ได้ยินสักว่าได้ยิน ใจไม่ต้องเกิดเวทนา เสียงเป็นอนิจจัง-ไม่เที่ยง เสียงเป็นทุกข์-
ทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก เสียงเป็นอนัตตา-มิใช่ตัวตน)พร้อมพิจารณาเพื่อปล่อยวางเสียงที่ได้ยินเพื่อให้
เข้าใจในความเป็นจริงของธรรมชาติแล้วใจเราก็จะไม่สงสัยใจไม่เป็นทุกข์ 
*ในเวลาต่อมาใจเราก็ได้เกิดไปคิดเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาแล้วหรือเรื่องราวในอนาคตที่ยังไม่ถึงใจเราก็
เกิดทุกข์ใจขึ้นมาทันทีหรือจะเรียกชื่อว่าธรรมารมณ์เราก็ภาวนาว่า(ใจสักว่าใจ ธรรมารมณ์สักว่าธรรมารมณ์ 
รู้สึกสักว่า
รู้สึก ใจไม่ต้องเกิดเวทนา ธรรมารมณ์ เป็นอนิจจัง-ไม่เที่ยง ธรรมารมณ์ เป็นทุกข์-ทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก 
ธรรมารมณ์เป็นอนัตตา-มิใช่ตัวตน)พร้อมพิจารณาเพื่อปล่อยวางธรรมารมณ์นั้นเพื่อให้เข้าใจในความเป็นจริง
ของ
ธรรมชาติแล้วใจเราก็จะไม่สงสัยใจไม่เป็นทุกข์
*เราก็ตั้งใจอ่านหนังสือต่อหรือทำการงานใดๆนั้นต่อไปอีกจนกว่าเราจะกระทบอะไรๆต่อไปเช่นกระทบที่ตา
คือเห็นในสิ่งที่ไม่ถูกใจเราหรือเห็นแล้วใจเราเป็นทุกข์เราก็ภาวนาที่ตาคือ(ตาสักว่าตา รูปสักว่ารูป เห็นสักว่า
เห็น ใจ
ไม่ต้องเกิดเวทนา รูปเป็นอนิจจัง-ไม่เที่ยง รูปเป็นทุกข์-ทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก รูปเป็นอนัตตา-มิใช่ตัว
ตน)พร้อมพิจารณาเพื่อปล่อยวางรูปที่เห็นนั้นเพื่อให้เข้าใจในความเป็นจริงของธรรมชาติแล้วใจเราก็จะไม่
สงสัยไม่เป็น
ทุกข์
*จากนั้นก็ทำการงานใดๆทุกอย่างตัวอย่างเช่นการขับรถ การเดิน การทำงานครัว การพูด อื่นๆมากมายด้วย
การมีสมาธิคือความตั้งใจพร้อมมีสติคือการระลึกได้ในการทำการงานนั้นๆนั่นแหละคือการปฏิบัติธรรม
**เคล็ดลับในการปฏิบัติง่ายๆคือตามรู้ตามเห็นในการกระทำนั้นๆแล้วทำทีละอย่างตลอดเวลา(แต่อย่าทำ
อะไรครั้งละหลายอย่างในเวลาเดียวกัน) คือเดินรู้เดิน พูดรู้พูด ฟังรู้ฟัง กินรู้กิน ขับรถรู้ขับรถคือรู้ในการกระ
ทำนั้นๆนั่น
คือการปฏิบัติธรรมแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าเรากำลังปฏิบัติธรรมแต่จริงๆแล้วกำลังปฏิบัติธรรมแต่ไม่รู้ตัว
เอง
สิ่งที่สำคัญคือต้องภาวนาปิด อายตนะ ทั้ง6คือ(ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) อยู่ตลอดเวลา
*และภาวนาพร้อมพิจารณาในใจเสมอว่า
ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นอนิจจัง-ไม่เที่ยง
ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นทุกข์-ทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก
ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นอนัตตา-มิใช่ตัวตน
*หรือจิตเราว่างๆก็(หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโธ) เป็นการพักจิตใจเราแล้วแต่โอกาสที่เราจะแบ่งเวลา
ปฏิบัติ
*สุดท้ายนี้เราปฏิบัติอย่างนี้ตลอดเวลาไม่นานดวงตาก็จะเห็นธรรมเกิดขึ้นเป็นลำดับ อย่าปล่อยจิตนั้นล่อง
ลอยไปตามยถากรรมผลที่ได้ก็เป็นไปตามยถากรรมไม่มีทิศทางที่ถูกต้องทั้งตัวเราและครอบครัว